“โค้งสุดท้าย กลุ่มป่าแก่งกระจานสู่มรดกโลก” กิจกรรมรับฟังความคิดจากชาวบ้านในกลุ่มป่าแก่งกระจาน ต่อการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก

“โค้งสุดท้าย กลุ่มป่าแก่งกระจานสู่มรดกโลก” กิจกรรมรับฟังความคิดจากชาวบ้านในกลุ่มป่าแก่งกระจาน ต่อการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก

“โค้งสุดท้าย กลุ่มป่าแก่งกระจานสู่มรดกโลก” กิจกรรมรับฟังความคิดจากชาวบ้านในกลุ่มป่าแก่งกระจาน ต่อการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก

ความเป็นมา 

กรมอุทยานแห่งชาติได้ดำเนินการขอขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 โดยคณะกรรมการมรดกโลกได้ขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ด้วยเหตุผลที่ว่ากลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นถิ่นที่อาศัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการอนุรักษ์ในถิ่นของความหลากหลายทางชีวภาพ มีชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่มีคุณค่ายิ่งต่อการอนุรักษ์และทางวิทยาศาสตร์ ต่อมาทางกรมอุทยานฯ ได้ขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 2558 แต่คณะกรรมการมรดกโลกยังไม่พิจารณาอนุมัติเนื่องจากเห็นว่าปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยเฉพาะเรื่องการอพยพชาวกะเหรี่ยงจากใจแผ่นดินและบางกลอยบนลงมาอยู่ที่บางกลอยล่าง รวมทั้งกระบวนการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานก็ยังไม่เพียงพอ และเสนอให้ทางกรมอุทยานดำเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN OHCHR) (2557) ให้ได้ข้อยุติก่อน

จากมติและข้อเสนอแนะดังกล่าวทางกรมอุทยานฯ ได้จัดทำโรดแมบเพื่อจัดเวทีสร้างความเข้าใจให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพิ่มเติมทั้งหมด 5 ครั้งในช่วงปลายปี พ.ศ. 2558 และเสนอให้คณะกรรมการมรดกพิจารณาอีกครั้งในปี พ.ศ. 2559 แต่คณะกรรมการมรดกโลกในการประชุมสมัยครั้งที่ 40 ที่กรุงปารีสยังมีมติเหมือนเดิม คือให้เลื่อนการพิจารณาการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกออกไปอีก และให้ยืดระยะเวลาออกไป 3 ปี เพื่อที่จะได้มีเวลาดำเนินการตามข้อเสนอของ UN OHCHR และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งเสนอให้มีการขอฉันทานุมัติ (FPIC) จากชุมชนด้วย

รัฐบาลไทยได้เสนอกลุ่มป่าแก่งกระจานให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาอีกครั้งในสมัยการประชุมครั้งที่ 43 ที่กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไปจัน ปี 2562 ซึ่งคณะกรรมการมรดกโลกก็ยังยืนยันมติเดิม คือ ให้เลื่อนการพิจารณาออกไปโดยให้ประเทศไทยกลับมาปรับปรุงและแก้ไขปัญหาในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานให้แล้วเสร็จก่อน 

การขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของกลุ่มป่าแก่งกระจาน ได้สร้างความกังวลต่อชาวกะเหรี่ยงกลุ่มป่าแก่งกระจานมาก เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการทำมาหากินของชุมชน เพราะที่ผ่านมาปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น ปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาการเยียวยากรณีการถูกอพยพ ปัญหาการใช้และดูแลทรัพยากรป่าไม้ เป็นต้น 

สำหรับการประชุมครั้งที่ 44  ถูกเลื่อนจากกำหนดเดิมมาเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 และได้กำหนดใหม่ในช่วงเดือน มิถุนาหรือกรกฎาคม 2564 ที่เมืองฝูโจว ประเทศจีน (ยังไม่ระบุวันที่แน่ชัด) จะมีการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนของกลุ่มป่าแก่งกระจานอีกครั้ง 

ดังนั้น เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี ที่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด จึงขอเรียนเชิญสื่อมวลชน องค์กรพัฒนาเอกชน และภาคีที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันติดตามและตรวจสอบว่า รัฐบาลไทยได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาสำเร็จตามข้อเสนอแนะของสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติได้มากน้อยเพียงใด เพื่อให้การขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกครั้งนี้ เกิดขึ้นบนฐานการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชาวบ้านบางกลอยกว่า 100 คนลงชื่อทำหนังสือถึง กก.มรดกโลก ยื่น 3 ข้อเรียกร้องขอให้แก้ปัญหาก่อนขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจาน เผยรัฐไม่ทำตามข้อตกลง-แก้ไขปัญหาที่ดินทำกินไม่มีความคืบหน้า

โค้งสุดท้าย ไทยดันแก่งกระจานเป็นมรดกโลกรอบ 4 แม้ถูกตีกลับห่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน 

เร่งหาข้อมูลชาวบ้านป่าแก่งกระจานส่งมรดกโลก

admin

Leave a Reply